[S.Fic-suju]Pass AwaY
posted on 30 Sep 2006 01:39 by misure-caryxiah in SJ-Fiction
คังอิน และ ลีทึก แห่งSuper junior
~~~~~~~~~~~~~
Fiction name : Pass away
Chapter : Shot Fiction once Chapter
Fiction from : Kungin X Leetenk <Super Junior>
Song for fic : my promises ของ American Idol season2
Present & Write by CarYmono
ค่ำคืนวันที่ 15ธันวา 2006
แสงไฟจากเทียนในร้านอาหารa
กลิ่นของน้ำหอมหรือจากดอกไม้ก็ไม่ทราบได้
ร้านอาหารกลางแจ้งติดกับถนนที่เปียกปอนในยามค่ำคืน
ร่างบางราวกับโปร่งใสนั่งจิบไวน์แดงสวยที่ราวกับกลืนไปกับสีของริมฝีปากสวยอยู่ตัวคนเดียว
ลมอ่อนๆพัดเส้นผมสีน้ำตาลเข้มให้ละออกจากใบหน้าสวยซักพักก่อนที่มันจะกลับไปที่เดิม
"ลีทึก" เสียงของคนที่นั่งด้วยเอ่ยขึ้นเมื่อร่างบางเงียบมานานแล้ว
"." ร่างนั้นยังคงเงียบต่อไป แล้วเอื้อมมือไปหยิบซ้อมเพื่อรับประทานอาหารที่สั่งมานานแล้ว
โดยไม่กล่าวตอบอะไร
"ลีทึก ฉันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดแต่ยังไงก็.ฉันอยากให้นายเข้าใจนะ ลีทึก ฉันเชื่อใจนาย" เสียงเข้มนั้นพูดต่อ แล้วสีหน้าปวดร้าวทันทีที่ร่างบางไม่สนใจคำแก้ตัวนั้น ราวกับไม่ได้ยิน
".."
"ฉันทำเรื่องไม่ดีกับนายมามาก ยังไงก็อยากให้นายเข้าใจนะ.ฉันรักนายลีทึก" เสียงเข้มนั้นดังต่อไป
"ฉันเชื่อใจคังอินฉันรักคังอินเชื่อใจเสมอมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" ลีทึกไม่มองตอบร่างใหญ่ ได้แต่ยิ้มเล็กๆไปบนแหวนนั้น
"อือ ลีทึก" คังอินยิ้มที่มุมปากแม้ร่างบางจะไม่ยิ้มตอบก็ตาม
แล้วลีทึกก็วางเงินไว้ที่โต๊ะแล้วเดินออกจากร้านอาหารไป
"ลีทึกจะกลับบ้านเลยหรอ."
เสียงเข้มร้องถาม แต่ลีทึกไม่พูดอะไร
ร่างบางสาวเทาจนกลับมาถึงบ้าน ซึ้งคังอินก็เดินตามมาด้วยโดยที่ไม่พูดอะไร
"จริงๆแล้วลีทึกยังโกรธผมอยู่สินะ" คังอินบอกเมื่อลีทึกเดินเข้าห้องไปแล้ว
ลีทึกไม่ตอบอะไรแล้วนั่งลงบนโซฟา
คังอินเดินเข้ามาและมองที่ลีทึก
หลังจากนั้นก็มองไปสิ่งที่ร่างบางจ้องอยู่
ไม่ใช่ทีวีที่เปิดทิ้งไว้แต่เป็นกรอบรูปที่ตั้งไว้ข้างๆทีวีนั้น
แสงเงาของพระจันทร์สะท้อนให้เห็นว่านั้นเป็นรูปของลีทึกและคังอินที่กำลังส่งยิ้มให้กัน รูปที่เป็นราวกับความทรงจำที่ดีครั้งสุดท้ายของทั้งคู่
ลีทึกเอื้อมือไปหยิบมันมา และกอดไว้ในอ้อมกอด
ซักพักแก้มนั้นเริ่มรู้สึกเย็น แต่เมื่อเอามือไปสัมผัสดูก็รู้ว่าหยาดน้ำตาได้ไหลผ่านออกมาจากดวงตาสวยคมเข้มของลีทึกอยู่ ลีทึกกอดกรอบรูปนั้นแน่นในอก
คังอินที่มองห่างๆได้เพียงแค่เอามือลูบหัวของลีทึกเบาๆ แล้วมองด้วยสายตาที่น่าสงสารเกินกว่าจะทนเก็บไว้ได้
"ลีทึก.ขอโทษ." คังอินเอ่ยขึ้นเบาๆแล้วกอดร่างบางที่คิดถึงจากข้างหลัง
จมูกที่ซุกไซ้กลิ่นหอมอ่อนๆของลีทึก และซึมซับมันทุกรสสัมผัสที่มีต่อร่างลีทึก เพียงแค่แขนใหญ่ที่ยังพอโอบรัดร่างบางเอาไว้ได้เท่านั้น
"คังอินนายคงไม่มีวันกลับมาสินะทำไมกันนะอย่าทิ้งฉันไว้คนเดียวสิ"
ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ
เจ็บหัวใจ
เพราะการทะเลอะกันครั้งนี้หรอที่ทำให้เป็นอย่างนี้
ถ้าคังอินไม่ทำอย่างนั้นก่อนเรื่องก็คงไม่เกิด
เพราะคังอินจูบเขาต่อหน้าลีทึก
พอลีทึกวิ่งหนีออกมา.คังอิน.ก็
"ฉันผิดที่วิ่งหนีออกมาผิดเองแต่ฉันก็เชื่อใจคังอินนะ.กลับมาที ฮือๆ.อย่าทิ้งฉันไว้อย่างนี้ฉันผิดเอง ผิดเต็มประตู..ขอร้องคังอิน..ขอร้อง.ฮึก.ฮือๆๆ..กลับมา"
ลีทึกปาดหยาดน้ำตา
ยิ่งคิดหาก็ยิ่งคิดถึงนายคังอิน
คิดถึงจนทนไม่ไหวแล้ว
คังอินยังคงกอดร่างลีทึกแล้วมองไปที่กรอบรูปในมือนั้นของลีทึก
มือที่สั่นเทา
หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่หล่นลงบนกระจกกรอบรูป
ไม่มีคำพูดใดๆต่อจากนั้น
คังอินได้เพียงนิ่งมองลีทึก
แม้พูดอะไรออกไปคงไม่รับฟังสินะ
อยากกลับไปเหมือนกันลีทึก
อยากไปยืนข้างนายอีกครั้ง
อยากมอบจุมพิตที่หอมหวานให้นายอีกครั้ง
แต่ตอนนี้ทำไม่ได้
กว่าจะคิดได้ มันก็สายไปเสียแล้ว
กว่าจะรู้ว่านายเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตก็สายไปเสียแล้ว
สายเกินไปแล้ว
รัก
รัก
รัก
คำพูดที่อยากจะมอบให้นาย
อยากจะให้นายได้ยิน
แต่ตอนนี้ไม่สามารถแม้จะแปล่งเสียงออกไปหาได้
ได้เพียงแต่มองน้ำตาของนายห่างๆโดยที่ทำอะไรไม่ได้
"ลีทึก.อย่าร้องไห้เลยนายร้องฉันก็จะพลอยร้องไปด้วยนะ" น้ำเสียงสั่นมาก
แต่ไม่มีแม้หยดน้ำตาที่กลั่นออกมาของคังอินแม้แต่น้อย
เห็นมั้ยแม้แต่น้ำตายังไม่สามารถออกมาได้
เพราะว่า.
ซ่า..ซ่า..ซ่า..
หยาดฝนหลั่งลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง
แต่ไม่หนักหนาเท่าจิตใจของลีทึกตอนนี้หรอก
แม้บ้านหลังนี้จะคุ้มครองไม่ให้พายุเข้ามาได้
แต่ในจิตใจหยาดฝนก็ยังคงตกอยู่อย่างไม่มีวันหยุด
ลีทึกเดินไปเปิดหน้าต่างแล้วใช้ฝ่ามือโอบกอดน้ำฝนที่ตกผ่านตัวเองไป
แต่มือนั้นก็ทำเป็นอ้อมกอดราวกับกอดใครซักคน
อ้อมกอดที่ว่างเปล่า
คังอินมองเรียวเฮอย่างนั้น
เขามักจะทำอย่างนั้นเสมอเมื่อฝนตก
ราวกับโอบกอดความเศร้า
คังอินเดินไปแตะบ่าของเรียวเฮ ราวกับให้พอซักที
แต่เรียวเฮก็ยังจะทำท่านั้นต่อไป
โอบกอดความว่างเปล่าต่อไป
"คังอินขอให้นายมีความสุข."
ลีทึกเอ่ย
คังอินมองร่างบางด้วยหางตาแห่งความสิ้นหวังและเศร้า
ก่อนจะเดินไปที่ประตู แล้วออกจากห้องไป
แสงดาวและแสงไฟยามค่ำคืนฉายออกมาท่ามกลางคืนที่ฝนตก
รอเวลาแห่งรุ่นอรุณที่จะมาปัดเป่าความเศร้าของดอกไม้ริมทาง
"อือ.." ลีทึกสะบัดตัวบนที่นอนแล้วลุกขึ้น
พลางมองปฏิทิน
ซักพักดวงตาใสเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะทะยานออกจากที่นอน
"วันนี้แล้วหรอเนี่ย!!!....ต้องรีบไปแล้วสิ" ลีทึกเอ่ยแล้วรีบกระเด้งออกจากที่นอนแล้วไปอาบน้ำแต่งตัว
"วันนี้ลีทึกจะไปไหนกันนะ." คังอินยิ้มที่มุมปากกับท่าทางน่ารักของลีทึก
แล้วร่างเล็กก็ออกมาในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทกางเกงตัวยาวที่ละพื้นไปมา
แต่ก็ไม่ทำให้ความน่ารักบนใบหน้าสวยลดลงเลย
ลีทึกเดินออกไปที่ประตูโดยที่มีคังอินเดินตามมา
แต่ร่างบางก็ยังไม่ลืมที่จะถือกรอบรูปติดตัวไปด้วย
"คังอิน.รู้มั้ยวันนี้วันอะไร" ลีทึกยิ้มอย่างน่ารักแล้วกอดของในมือแน่น
"ไม่รู้สิ วันอะไรหรอครับ" คังอินถาม แต่ลีทึกก็กอดกรอบรูปไม่ตอบอะไร
คังอินไม่โกรธที่ลีทึกไม่ตอบแต่กลับอยากเข้าไปหยิกแก้มแดงนั้นเสียมากกว่า
คนอะไรน่ารักได้น่าหมั่นเขี้ยวอย่างนี้~~
ลีทึกเดินไปที่ร้านขายดอกไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของร่างบาง
"เออ.ขอซื้อดอกไม้ราคา3000เยน มีมั้ยครับ?" ร่างบางเดินเขาไปในร้าน
"ได้สิครับเอาแบบไหนดี" เสียงเรียบของพนักงานตัวโย่งเอ่ย
คังอินมองดูลีทึกจากนอกร้าน
คนร่างบางสนุกกับการเลือกดอกไม้สีขาวสะอาด
คังอินมองเรียวเฮห่างๆ
คำว่า ขอให้มีความสุข ไม่ใช่ประโยคบอกเลิก แต่เหมือนคำอวยพรสำหรับคังอินมากกว่า
หลังจากที่ได้ดอกไม้ช่อใหญ่ในมือมาแล้วลีทึกก็รีบเดินออกมา
เด็กน้อยน่ารักเดินออกมาโดยที่มีคังอินตัวโย่งเดินตามอยู่
และเมื่อถึงมุมถนนก็เลี้ยวเข้าไปที่สุสาน
เดินเข้าไปท่ามกลางแผ่นหินที่เรียงราย
ป้ายศิลาที่แจ้งวันเกิดและมรนะของแต่ละคน
ลีทึกมาทำอะไรที่นี่งั้นหรอ
มาเยี่ยมคนรักของเขาไง
แล้วเท้าบางก็หยุดลงที่หน้าหลุมศพ
คิมยังอุน
มรนะ16:12:2004
ลีทึกวางดอกไม้ไว้ข้างหน้าตัวเอง
ดอกไม้สีขาวสะอาด
ลีทึกใช้มือลูบไปมาตามร่างกาย ตามมือของคังอินที่เคยสัมผัสเขา และริมฝีปากสวยของตัวเอง
"คังอินรักมาก รักที่สุด." ลีทึกกอดที่ป้ายหลุมศพที่สลักจากหินสวยและตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม
"ลีทึก." มือนั้นพยายามเข้าไปปาดหยาดน้ำตาให้ แต่ก็ทะลุผ่านร่างกายบอบบางของลีทึกไป
คังอินได้เพียงแค่กัดฟันทนความเศร้าตรงหน้าของลีทึก
น้ำตาที่หยาดออกมาเท่าไหร่ก็ไม่หมด
ที่ไม่สามารถรักได้เพราะไม่สามารถจับต้องได้
ตอนนั้นเพราะความเสเพลของเรา
จูบเขาต่อหน้าลีทึกจนร่างบางวิ่งหนีภาพข้างหน้าออกไปท่ามกลางวันที่ถนนเปียก
ลีทึกวิ่งออกไปทั้งน้ำตาและพอเราสำนึกผิดได้ในเสี้ยววินาทีนั้น
วิ่งออกไปเพื่อจะไปหยิบคว้าความรักของตัวเองกลับคืนมา
ตอนนั้นเราก็.
คลืดดดดดดดด..!!!!ตุบ
"คังอิน.!!!!!"
เสียงสุดท้ายที่ได้ยิน ก่อนที่ร่างจะถูกนำมาฝังไว้ที่นี่
"ผิดเองผมผิดเองลีทึก ผมขอโทษ"
ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งก็ไม่ได้ยิน
ไม่ว่าจะพูดอีกกี่ครั้งก็จะไม่ได้รับการอภัย
ลีทึก ขอโทษ..
"ลีทึกผมรักลีทึก!! ได้ยินมั้ย!!ผมรักลีทึก!!.......โธ่โว้ย!!!"
คังอินทุบพื้นแรงๆเพื่อบรรเทาอารมโกรธของตัวเอง
ทำไมลีทึกต้องกอดท้องฟ้าในวันนั้น
เพราะเหมือนกับที่กอดคังอินตอนที่เขาร้องไห้ออกมาเป็นสายฝน
ทำไมลีทึกต้องร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นรูปนั่น
เพราะมันเหมือนกับการตอกย้ำตัวเองที่วิ่งหนีคังอินในวันนั้น
ทำไมลีทึกต้องไปที่ร้านอาหารเมื่อวานนี้
เพราะเป็นวันครบรอบการคบกันกับคังอิน
ทำไมลีทึกถึงดีใจในเช้านี้
เพราะลีทึกคิดเสมอว่าคังอินอยู่ข้างกายเสมอ เพราะเชื่อว่าถ้าได้ไปที่สุสานจะสามารถคุยกับคังอินผ่านทางสายลมอันเงียบสงบได้
"คังอินขอให้มีความสุขนะ.มองดูฉันจากฟากฟ้าให้ดีนะ." ลีทึกกอดและร่ำไห้ต่อไป ท่ามกลางน้ำตา รอยยิ้มที่ยินดีว่าอย่างน้อยคังอินก็น่าจะได้ยินเขาก็ผุดขึ้น
แม้จะไม่ได้ยินแต่รับรู้ได้ว่ามันวิเศษแค่ไหน
แม้จะไม่ได้กลิ่นแต่ก็รู้สึกได้ว่ามันหอม
แม้จะไม่ได้เห็นแต่ก็รู้ได้ว่าอยู่ไหน
แม้จะไม่ได้รับรสแต่ก็บอกได้ว่ามันหวานและขมเท่าไหร่
แม้จะไม่ได้สัมผัสแต่ก็รู้ซึ้งถึงความห่วงใยได้
แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ๆหรือรอบตัวเรา คำว่ารัก ก็ส่งผ่านมาอย่างไม่มีวันหยุด
ผ่านทางความสัมพันธ์ของกันและกัน
"ลีทึก.ขอบคุณ ที่ยังรักผมนะ."
คังอินกอดร่างของเรียวเฮ ก่อนที่สายลมสุดท้ายจะมารับร่างของเขาไป ราวกับฝุ่นผงที่ปลิวไปในอากาศ
"ลีทึกทำอะไรน่ะ.วันนี้ไม่ไปทำงานหรอ"
เสียงเพื่อนรักดังขึ้น
"ไม่ล่ะ วันนี้จะออกไปเที่ยวกับแฟนน่ะ"
แล้วร่างบางก็หายไปกับประตูสีฟ้าพร้อมกับกรอบรูปในมือ
โดยไม่มีวันหวนกลับมา
Fin.
มานก็เอาไว้ลงฟิคอยุแล้วนะนะ งั้นขอลง+ทดสอบไปเลยละกัน^^''

สุดยอดจิงๆเลย
เรื่องสนุกดีอ่า สงสัยจะติดฟิคอีกแร้ววว
ขอแอดเลยน้ะจ้า
#1 By ++ThECaSsiOpEiA++ on 2006-09-30 09:06